ลึกเข้าไปในป่าทึบของป่าฝนอะเมซอน ในหมู่บ้านห่างไกลที่ซ่อนเร้นอยู่ในเงาของเทือกเขาหิมาลัยในทิเบต ในห้วงทะเลลึกสีน้ำเงินดุจผลึกแก้วคริสตัล และในพื้นที่ห่างไกลทั่วทุกมุมโลก ธรรมชาติได้รังสรรค์ความอุดมสมบูร์ของเภสัชโภชนาไว้เต็มเปี่ยม

สารอาหารที่ไม่ได้มีเพียงให้พลังในการดำรงชีวิต แตายังปกป้องมนุษยชาติจากโรคภัยไข้เจ็บ และทำให้มีอายุยืนยาวขึ้น สารอาหารคือสิ่งที่กุมความลับสู่ความอยู่ดีมีสุขโดยแท้ หลายปีที่ผ่านมา Trévoได้บุกบั่นไปทั่วโลกเพื่อไขความลับของธรรมชาตินี้ เพื่อทำการบ่งชี้ และนำกลับมาซึ่งเภสัชโภชนาอันเป็นของขวัญจากธรรมชาติ

ผสมผสานกับความรู้ทางเภสัชโภชนาการศาสตร์จากการทำการวิจัยระดับโลกของเรา Trévoได้สร้างส่วนผสมเพียงหนึ่งเดียวที่เกิดจากส่วนประกอบที่ดีที่สุด 174 ชนิดจากธรรมชาติ ซึ่งรวบรวมจากทั่วทุกมุมโลก และถูกนำมาผสมกันอย่างเชี่ยวชาญจนได้เป็นเครื่องดื่มแสนอร่อยที่เปี่ยมไปด้วยชีวปริมาณ

ที่นั่นเราได้พบกับต้นทุเรียนเทศ ที่ถูกนำมาปลูกในเปรูตั้งแต่ช่วงก่อนยุคโคลัมเบียน ความจริงแล้วผลของมันมักปรากฏให้เห็นเป็นรูปทรงของเครื่องเซรามิกในยุคนั้น เราพบตำนานท้องถิ่นของชนพื้นเมืองที่มักใช้ส่วนต่างๆ ของต้นทุเรียนเทศไม่ว่าจะเป็นเปลือก ราก ใบ ผล และเม็ด ทำเป็นยาในการบำบัดโรคเบาหวาน อาหารไม่ย่อย พยาธิในลำไส้ และรวมไปถึงมะเร็งบางจำพวก

พวกเขายังใช้ทุเรียนเทศเป็นยาระงับประสาทอ่อนๆ อีกด้วย สมบัติล้ำค่าจากป่าฝนอะเมซอนอีกอย่างหนึ่งก็คือ คามู คามู เบอร์รี่ นิทานพื้นบ้านอายุเก่าแก่กว่า 700 ปีบรรยายไว้ว่าชาวอินเดียนอะเมซอนใช้ผลไม้ชนิดนี้ในการรักษาการติดเชื้อได้ผลชะงัด บรรเทาความเจ็บปวด บำรุงข้อต่อ และแม้แต่ทำให้อายุยืน ทุกวันนี้ นักวิทยาศาสตร์พบว่าผลคามู คามู อุดมไปด้วยวิตามินซี และมีปริมาณวิตามินซีมากกว่าส้ม หรือมะนาวถึง 30 ถึง 60 เท่า คามู คามู เบอร์รี่ยังเป็นแหล่งที่มาชั้นยอดของแคลเซียม ฟอสฟอรัส โพแทสเซียม เหล็ก และกรดอะมิโนหลายชนิด นอกจากมีวิตามิน และแร่ธาตุแล้ว ผลไม้ชนิดนี้ยังมีแอนโทไซยานิน กรดอะมิโน ฟลาโวนอยด์ และให้ปฏิกริยาการต่อต้านอนุมูลอิสระสูงอีกด้วย

เมื่อเราทำการแสวงหาความรู้เกี่ยวกับอาหารต่อไป เราก็เริ่มหันมามองอาซาอิเบอร์รี่ เป็นเวลาหลายศตวรรษแล้วที่อาซาอิเบอร์รี่ ถูกนำมาบริโภค และใช้เป็นยาโดยชนท้องถิ่นดั้งเดิมในแถบป่าฝนอะเมซอน และแน่นอน เราตื่นตาตื่นใจไปกับการได้รับรู้ถึงตำนานของอาซาอิเบอร์รี่

ตำนานเล่าว่าต้นปาล์มที่ผลิดอกออกผลเป็นอาซาอิเบอร์รี่นั้นถูกค้นพบโดยบังเอิญโดยเด็กสาวชาวอินเดียนอะเมซอน ที่ชื่อว่าอิอาซา (Iaca) ผู้เป็นลูกสาวของหัวหน้าเผ่า เนื่องจากการเผชิญหน้ากับความอดอยาก หัวหน้าเผ่าผู้นี้เอง เป็นผู้ประกาศห้ามมิให้คนในเผ่ามีลูก จนกว่าจะพบแหล่งอาหารใหม่ อิอาซา ซึ่งเป็นลูกสาวของหัวหน้าเผ่าเองในตอนนั้นกำลังตั้งครรภ์ หลังจากที่ต้องเสียลูกไป อิอาซาผู้โศกเศร้าวิ่งเข้าไปในป่า และบังเอิญได้พบกับต้นอาซาอิปาล์มที่เต็มไปด้วยผลสีม่วงเข้มจำนวนมาก ช่างน่าเศร้า เพราะการค้นพบแหล่งอาหารใหม่ในครั้งนี้อาจช่วยชีวิตลูกสาวของอิอาซาไว้ได้ นี่เป็นสาเหตุให้ผลของมันถูกเรียกว่า “ผลไม้ร้องไห้” หัวหน้าเผ่าตั้งชื่อต้นไม้นี้ว่าอาซาอิ (Acai กลับตัวอักษรของชื่ออิอาซา – Iaca) เพื่อเป็นเกียติแก่ลูกสาวของเขา แล้วเผ่าของเขาก็เจริญรุ่งเรืองสืบมา

ในเรื่องสรรพคุณทางสุขภาพ อาซาอิเบอร์รี่เป็นหนึ่งในอาหารที่มีคุณค่า และให้พลังงานสูงที่สุดในโลก มันมีสารต่อต้านอนุมูลอิสระเข้มข้นที่ช่วยต่อกรกับความชราภาพก่อนวัยอันควร เช่นเดียวกับมีสารพฤกษเคมีที่มีคุณค่า และกรดอะมิโนคอมเพล็กซ์ที่เกือบจะสมบูรณ์แบบ ประโยชน์อื่นๆ ที่เป็นที่รู้กันดีของอาซาอิเบอร์รี่นั้นรวมถึง การสนับสนุนการควบคุมน้ำหนัก เพิ่มพลังงาน และสร้างสมาธิจดจ่อ ไม่ต้องพูดถึงเรื่องสนับสนุนการทำงานของหลอดเลือดหัวใจ และการหมุนเวียนโลหิต

เสาะหาต่อไปในป่าชุ่มชื้นทางอเมริกาใต้ เราได้ยินเรื่องราวน่าทึ่งเกี่ยวกับชาวอินเดียนแดงเผ่ามาปูเช่ แห่งชิลี ซึ่งเป็นที่รู้จักมานับศตวรรษเรื่องพลกำลังที่แข็งแรง และความแข็งแกร่งอดทน เราค้นพบว่ามากีเบอร์รี่เป็นวัตถุดิบหลักสำหรับอาหารของชาวมาปูเขช่มานานหลายร้อยปีแล้ว ตามตำนาน ชาวมาปูเช่โบราณถือว่ามากีเบอร์รี่เป็นผลไม้ศักดิ์สิทธิ์ และมีพลัง และยังมีการใช้มากีเบอร์รี่เป็นส่วนสำคัญในการปรุงยาอีกด้วย

แต่ส่วนที่น่าตื่นเต้นที่สุด และเป็นตำนานของการใช้มากีเบอร์รี่ ก็คือการสร้างความแข็งแกร่ง ทรหดอดทน และสุขภาพที่ดีสำหรับนักรบแห่งมาปูเช่ กลุ่มนักสำรวจชาวสเปนที่พ่ายแพ้ต่อชนเผ่ามาปูเช่ซ้ำแล้วซ้ำเล่ากล่าว่าความทรหด และความแข็งแกร่งอย่างมากของชนพื้นเมืองดั้งเดิมนี้มาจากการบริโภคเครื่องดื่มที่ทำจากมากีเบอร์รี่ทุกวัน

อย่างไรก็ตาม การเสาะแสวงหาในทวีปอเมริกาใต้มิได้จบลงที่ชิลี เรายังพบว่าชาวอินคายกย่องให้ pau d’arco เป็นพืชหลักที่ถูกนำมาใช้ในการเสริมสร้างสุขภาพ และภูมิคุ้มกัน ที่จริงแล้วมีการชี้วัดว่า pau d’arco อาจมีมาตั้งแต่ก่อนยุคของอินคาแล้ว เราพบว่าชนเผ่ากัวรานี กับทูปีเรียกต้น pau d’arco ว่า “ทาจี” ซึ่งมีความหมายว่า “เพื่อให้มีกำลัง และความกระฉับกระเฉง” พวกเขาไม่เพียงใช้เปลือกของมันในการตกแต่งคันธนูล่าสัตว์ แต่ยังใช้ในการรักษาอาการทางสุขภาพต่างๆ ด้วย น้ำยาที่ทำจากปอดาร์โคนั้น แต่ดั้งเดิมมักนำไปใช้เพื่อให้มีสุขภาพดี มีความแข็งแรง และทรหดอดทน

ต่อมาเราย้ายฐานการสืบเสาะของเรามาที่ฝั่งตะวันออกไกลอันแสนลึกลับ
ที่นั่น เราได้ค้นพบเรื่องราวน่าพิศวงเกี่ยวกับการมีอายุยืนยาว และสุขภาพที่ดี แม้จะอยู่ในหมู่บ้านที่ห่างไกลความเจริญ เรื่องราวเหล่านี้ดูจะเชื่อมโยงกับความอัศจรรย์ของตำรับยาอายุรเวทโบราณอายุหลายศตวรรษ เมื่อแปลคร่าวๆ คำว่าอายุรเวท หมายถึง “ศาสตร์แห่งชีวิต”

เราเริ่มการวิจัยในตะวันออกกลางของเราทางตอนเหนือของอินเดีย ซึ่งเป็นสถานที่ที่เราพบกับต้นมะขามป้อม ต้นไม้มหัศจรรย์นี้มีสถานะที่ดีในวัฒนธรรมอินเดีย และจะมีการเฉลิมฉลองกันในช่วงการฤดูกาลการเก็บเกี่ยว ครอบครัวต่างๆ จะมาล้อมวงกันรอบต้นมะขามป้อม ภายใต้แสงของพระจันทร์เต็มดวง เพื่อขอบคุณสำหรับการผลิดอกออกผลอย่างมากมายของต้นมะขามป้อมเหล่านี้ นิทานพื้นบ้านเล่าว่า เพียงแค่นั่งใต้ต้นมะขามป้อมก็ช่วยให้มีพลัง ความแข็งแกร่ง และสุขภาพที่ดีขึ้นแล้ว มะขามป้อมนั้นได้รับการยกย่องอย่างสูงในตำรับยาอายุรเวท เพราะมีส่วนช่วยในการย่อยอาหาร ทำให้ดูเปล่งปลั่ง และอ่อนกว่าวัย รวมทั้งมีดวงตา ผิวพรรณ และเรือนผมที่งดงามเป็นประกาย

ต่อไปเราค้นพบว่าพรมมิก็ได้รับการยกย่องอย่างสูงมาหลายศตวรรษแล้วเช่นกันในตำรับสมุนไพรอายุรเวทโบราณของอินเดีย กล่าวกันว่ามีการใช้พรมมิช่วยในเรื่องของการบำรุงความจำ รวมถึงช่วยในเรื่องทักษะทางด้านความจำ และการเรียนรู้ ช่วยจัดการกับความกังวล ความเซื่องซึม และความเครียด ยาอายุรเวทโบราณถูกใช้ในการรักษาความผิดปกติทางสมอง และลมบ้าหมู สมุนไพรมห้ศจรรย์นรี้ช่วยให้ความจำดีขึ้น และพัฒนาสมาธิ และความจดจ่อโดยการสนับสนุนการนำสัญญาณประสาท

หนึ่งในการค้นพบที่น่าตื่นเต้นยินดีที่สุดนั้น เกี่ยวข้องกับโกจิเบอร์รี่แห่งทิเบต คนท้องถิ่นในทวีปแห่งขุนเขานี้กล่าวว่าการรับประทานโกจิเบอร์รี่ในตอนเช้าจะทำให้มีความสุขไปตลอดทั้งวัน เนื่องจากคุณสมบัติของสารอาหารอันน่าทึ่งนี้สร้างความรู้สึกของความเป็นอยู่ที่ดี และการมองโลกในแง่ดี กลุ่มคนเร่ร่อนในมองโกเลีย และทิเบตได้ตระหนักมาเป็นเวลาหลายร้อยปีแล้วว่าการบริโภคโกจิเบอร์รี่เป็นประจำจะช่วยให้มีชีวิตที่ยืนยาว และกระฉับกระเฉง และมีความสุข

โกจิเบอร์รี่อุดมไปด้วยสารอาหาร และสารต่อต้านอนุมูลอิสระอันทรงพลัง กรดอะมิโน 18 ชนิด มีเบต้าแคโรทีนสูงกว่าแครอท แร่ธาตุรอง 21 ชนิด มีธาตุเหล็กสูงกว่าผักขม มีวิตามินซีตามน้ำหนักมากกว่าส้มถึง 500 เท่า มีโปรตีน 13% รวมถึงมีวิตามิน และแร่ธาตุอื่นๆ อย่างแคลเซียม แมกนีเซียม วิตามินบี บี2 บี6 และวิตามินอี โกจิเบอร์รี่เป็นส่วนประกอบสำคัญของยาในทิเบตทั้งตำรับโบราณ และตำรับปัจจุบัน

ย้อนกลับมาที่อินเดีย เราเริ่มออกค้นหาสมุนไพรทรงพลังในชื่อสันสกฤตว่า “พรมมิ” ซึ่งหมายถึงความเฉลียวฉลาด หรือความรู้ตัว ใบบัวบก คือพืชยาสมุนไพรที่ใช้โดยชาวอินเดีย อินโนีเซีย และจีนมานับเป็นพันปี และถูกนำมาใช้ในเรื่องของการเพิ่มพลังงาน ปรับปรุงการทำงานของสมอง และช่วยให้อายุยืนยาวมาช้านานแล้ว ความจริงแล้วเราค้นพบว่าใบบัวบกถูกเรียกว่า “น้ำยามหัศจรรย์แห่งชีวิต” เพราะตำนานกล่าวไว้ว่าผู้เชี่ยวชาญด้านสมุนไพรของจีนแต่โบราณมีอายุยืนยาวกว่า 200 ปีจาก อันเป็นผลมาจากสมุนไพรชั้นยอดนี้ ตามตำรับอายุรเวท สมุนไพรชนิดนี้เป็นชนิดหลักในการช่วยให้ระบบประสาท และเซลล์สมองทำงานได้อย่างเต็มที่ ดังนั้นมันจึงเป็นที่รู้จักกันในชื่อ “อาหารสมอง” มาตั้งแต่สมัยเก่าก่อนในอินเดีย

สมุนไพรจากตะวันออกไกลอีกชนิดที่มีตำนานอันน่าทึ่งอีกอย่างก็คือโสมอินเดีย สมุนไพรนี้ใช้กันมา 4,000 ปีแล้วในอินเดีย และเป็นส่วนประกอบสำคัญในตำรับยาอายุรเวทโบราณเพื่อช่วยในเรื่องของพลังงาน และความมีชีวิตชีวา มักถูกกล่าถึงในตำรับยาอายุรเวทว่าเป็นสิ่งที่สร้างความมีชีวิตชีวา และทำให้อารมณ์คงที่

อาหารที่เป็นดังอัญมณีอีกหนึ่งอย่างของตะวันออกไกลที่ดึงดูดความสนใจ และจินตนาการของเราก็คือชิแซนดร้าเบอร์รี่ เบอร์รี่ชนิดนี้มีประวัติยาวนานย้อนกลับไปหลายศตวรรษ และตามตำราสมุนไพรจีนโบราณเชื่อว่าชิแซนดร้าสามารถ “ยืดอายุโดยไม่แก่ชรา” ความจริงที่ว่ามันถูกใช้อย่างต่อเนื่องมากว่า 5,000 ปี และได้รับการยกย่องชมเชยในหลายวัฒนธรรมไม่ว่าจะเป็นจีน ญี่ปุ่น และเกาหลี เป็นข้อพิสูจน์ว่าชิแซนดร้านั้นมีชื่อเสียงที่ดีจริงๆ

ป้ายต่อไปของการแสวงหารอบโลกของเราก็คือทะเลจีนใต้ที่แสนงดงาม ที่ที่เราค้นพบผลไม้รสเลิศในชื่อแสนยิ่งใหญ่

ผลมังคุดมีรสชาติอร่อยล้ำเลิศจนถูกขนานนามว่าเป็น “ราชินีแห่งผลไม้” เป็นที่น่าสนใจอย่างยิ่งที่มังคุดนั้นถูกนำมาใช้ในตำรับยาอายุรเวทของพื้นบ้านจีนในทวีปเอเชียมาเป็นพันๆ ปีแล้ว ตำรับยาโบราณใช้เปลือกของผลไม้ชนิดนี้มาตากให้แห้งแล้วบดเป็นผง ในการระงับการติดเชื้อทั้งภายใน และภายนอก ยาพอกที่ทำจากมังคุดทั้งผลใช้ในการรักษาปัญหาเรื่องผิวพรรณ และสารสกัดจากเนื้อมังคุดใช้ในการควบคุมอาการไข้ ยังมีรายงานว่าสามารถใช้มังคุดเป็นสารอาหารหลักสำหรับผู้ที่มีอาการเจ็บป่วยจนไม่สามารถรับประทานอาหารอื่นได้อีกด้วย มังคุดมีแซนโทนในระดับที่สูงมาก รวมถึงอุดมไปด้วยสารต่อต้านอนุมูลอิสระ ทำให้มันไม่เป็นเพียงสุดยอดอาหารเท่านั้น แต่ยังให้ประโยชน์ต่อสุขภาพอย่างไม่น่าเชื่ออีกด้วย

จากนั้นเราก็เบนเข็มความสนใจของเรามาที่ดินแดนอันอุดมไปด้วยผลไม้หายากที่อุดมไปด้วยคุณค่าทางอาหารอย่างแปซิฟิกใต้ที่แสนสวยงาม

เส้นทางในเขตร้อนนำเรามาพบกับลูกยอ พืชมหัศจรรย์ชนิดนี้ถูกตั้งชื่อว่า “noni” โดยผู้บำบัดชาวฮาวายโบราณที่ยกย่องคุณสมบัติในทางยาของมันไว้อย่างดีเลิศ เมื่ออ้างอิงถึงการนำลูกยอมาใช้เป็นยานั้นสามารถเมื่อย้อนกลับไปหลายศตวรรษ และพบบันทึกเกี่ยวกับยาสมุนไพรกว่า 40 รายการที่มีการนำส่วนต่างๆ ของต้นยอไปเป็นส่วนผสม ทั้งราก ลำต้น เปลือก ใบ ดอก และผล ความจริงแล้วมีการกล่าวถึงการใช้ต้นยอในการทำยาบันทึกเป็นภาษาสันสกฤตจากอินเดียด้วย

จากมุมมองในเรื่องคุณค่าทางอาหาร พืชทรงพลังจากเขตร้อนนี้เป็นที่รู้จักมานานแล้วในเรื่องการให้ประโยชน์ทางด้านความสมบูรณ์ทางอารมณ์ และสมอง และแม้จะยังอาจตัดสินอย่างแน่ชัดว่าอะไรในลูกยอที่ก่อให้เกิดประโยชน์ แต่มีการศึกษาทางการรักษาจำนวนมากที่บ่งชี้ว่าลูกยอมีสารเซโรนินสูง ซึ่งมีผลในระดับของเซลล์ ทำให้ลูกยอมีประโยชน์อย่างมากในการเผาผลาญ ย่อยอาหาร สุขภาพของหัวใจ และสุขภาพของระบบภูมิคุ้มกัน รวมไปถึงมีคุณสมบัติในการต่อต้านอนุมูลอิสระ ที่เป็นไปได้ว่าจะเป็นกุญแจสำคัญในการไขความลับของการชะลอวัย และมีอายุยืนยาว

ต่อไปเราดำดิ่งลึกลงไปในมหาสมุทรสีน้ำเงินสดใสที่ทำให้โลกของเราถูกขนานนามว่า “ลูกหินสีน้ำเงิน”

“ไข่มุก” เม็ดแรกของสารอาหารจากใต้ท้องทะเลที่เราพบก็คือพืชทะเลที่เรียกว่า สาหร่ายแบล็ดเดอร์แร็ค ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของยาจากธรรมชาติมาหลายศตวรรษแล้ว โดยมีบันทึกย้อนหลังไปถึงในช่วงศตวรรษที่ 19 เป็นอย่างน้อย บางครั้งถูกเรียกว่า “ซีแร็ค” มันถูกค้นพบว่ามีประโยชน์โดยเฉพาะอย่างยิ่งในการรักษาความผิดปกติของไทรอยด์ และโรคอ้วน นักฟิสิกส์ค้บพบมาตั้งแต่ในสมัยก่อนแล้วว่าปริมาณไอโอดีนสูงในสมุนไพรชนิดนี้ช่วยกระตุ้นการทำงานของไทรอยด์ ซึ่งช่วยในการเผาผลาญ

ทางด้านโภชนาการนั้น แบล็ดเดอร์แร็คอุดมไปด้วยไอโอดีน แคลเซียม แมกนีเซียม โพแทยเซียม โซเดียม ซัลเฟอร์ ซิลิคอน และเหล็ก และมีวิตามินบี-คอมเพล็กซ์บางตัวในระดับสูง นอกจากจะมีฟอสฟอรัส เซเลนียม แมงกานีส สังกะสี และวิตามินเอ ซี อี และจี ในปริมาณต่ำแล้ว มันยังมีวิตามิน เอส ซึ่งช่วยป้องกันการเป็นหมัน และยังมีวิตามินเคอีกด้วย

เมื่อเราว่ายวนต่อในท่ามกลางหมู่พืชทะเลที่สวยสดใส เราก็ได้พบกับพืชทะเลอีกชนิดที่เรียกว่าสาหรายดัลซ์ พบได้ในแถบมหาสมุทรแปซิฟิก และมหาสมุทรแอตแลนติก ตำนานอันมีเสน่ห์ และละเอียดอ่อนเกี่ยวกับสาหร่ายชนิดนี้เล่าว่า ในหมู่บ้านแถบชายฝั่งทางตอนเหนือของไอร์แลนด์ เป็นที่กล่าวขานกันว่าใครก็ตามที่โยนสาหร่ายดัลซ์ลงในทะเล ผู้นั้นจะได้พบกับความสงบสุข ทุกวันนี้ ถือเป็นเรื่องปกติไปแล้วที่จะเห็นแซนด์วิช กับใบของสาหร่ายดัลซ์ที่อุดมไปด้วยคุณค่าทางอาหารอยู่ในมื้อกลางวันที่ไอร์แลนด์

เมื่อมาถึงเรื่องของสารอาหาร สาหร่ายดัลซ์ไม่ใช่แค่นิทานพื้นบ้านอีกต่อไป มันมีรสเผ็ดอ่อนๆ และอุดมไปด้วยวิตามินบี6 และบี12 เช่นเดียวกับธาตเหล็ก โพแทสเซียม และฟลูออไรด์ ต่างจากพืชทะเลชนิดอื่นๆ เพราะมันมีโซเเดียมต่ำ พืชทะเลรสเยี่ยมนี้ยังมีวิตามิน และสารอาหารจำนวนยม่ากอีกด้วย ทั้งวิตามินซี อี และเอ แมกนีเซียม แคลเซียม ไฟเบอร์ และโปรตีน ยิ่งไปกว่านั้น สาหร่ายดัลซ์ยังเป็นแหล่งธรรมชาติของไอโอดีนที่จำเป็นต่อต่อมไทรอยด์ และการหลั่งฮอร์โมนไทรอยด์อีกด้วย

การผจญภัยใต้น้ำครั้งสุดท้ายของเรา พาเราไปสู่ท้องน้ำสีน้ำเงินงดงามที่ล้อมรอบเกาะโอกินาว่า ประเทศญี่ปุ่น ซึ่งที่นั่น มหาสมุทรแปซิฟิกเป็นบ้านของปะการังรูปร่างเป็นเอกลักษณ์อย่างมากซึ่งก็คือปะการังแซนโกนั่นเอง ย้อนกลับไปในปี 1700 ปะการังชนิดนี้ถูกพบในตำราอ้างอิงเกี่ยวกับยาของยุโรปว่าเป็น “ปะการังฟอกเลือด” (“Palestra Farmaceutica Quimico-Alencia” anno 1792 by Felix Palacios)

ประโยชน์อันน่าทึ่งของแคลเซียมคอมเพล็กซ์ที่มาจากปะการังแซนโกนั้นเป็นจุดสนใจอย่างในปัจจุบันมาตั้งแต่ปี 1979 เมื่อนักข่าวชาวอังกฤษจาก Guinness Book of Records ไปทำภารกิจที่เกาะโอกินาว่า และโทคิโนชิม่านอกชายฝั่งของญี่ปุ่นเพื่อสัมภาษณ์บุคคลที่มีอายุมากที่สุดที่มีการบันทึกไว้

ที่นักข่าวผู้นั้นได้พบ ไม่ได้มีแต่เพียงชายวัย 115 ปีที่สุขภาพแข็งแรง และกระฉับกระเฉง ผู้ที่ทำงานจนอายุ 105 ปีเท่านั้น แต่ยังพบว่าผู้ที่อยู่อาศัยบนเกาะนี้ต่างก็มีสุขภาพดี และอายุยืนยาวเช่นเดียวกัน ไม่นานนัก ก็มีทีมนักวิจัยเดินทางมา และทำการค้นพบที่ยิ่งใหญ่ พวกเขาพบว่าชาวเกาะเหล่านี้มีสิ่งหนึ่งที่เหมือนกัน น้ำที่พวกเขาดื่มแตกต่างจากน้ำที่พบได้ที่อื่นๆ ในโลก เพราะมีคอรัล แคลเซียมในปริมาณสูง

จากการวิเคราะห์คอรัล แคลเซียม คอมเพล็กซ์ พบว่ามันประกอบไปด้วยแร่ธาตุรองที่มีความสำคัญกับชีวิตถึงกว่า 70 ชนิด เช่นเดียวกับสารต่อต้านอนุมูลอิสระสูง และแคลเซียมจำนวนมากที่สามารถดูดซึมได้ในสิ่งมีชีวิต มันยังมีประโยชน์ในการรักษาสมดุลย์ความเป็นกรดด่างในร่างกายได้อีกด้วย ซึ่งถือเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับการมีสุขภาพดีอย่างยั่งยืน

เราจึงได้รวบรวมวิตามิน และแร่ธาตุทั้งหมดที่การวิจัยทางการแพทย์พบว่ามีความจำเป็นต่อการมีสุขภาพแข็งแรง มีพลังงาน มีสมาธิ และคงไว้ซึ่งความรู้สึกของความเป็นอยู่ที่ดี อย่างไรก็ตาม เรามิได้หยุดแต่เพียงเท่านั้น ทั้งนักวิทยาศาสตร์ และนักฟิสิกส์ต่างก็เข้าใจเหมือนๆ กันถึงความสำคัญของกรดไขมันที่จำเป็น กรดอะมิโน และสารอาหารสีเขียว เช่นเดียวกับผัก และผลไม้ชนิดต่างๆ ที่ช่วยในการบำรุง และรักษาสุขภาพ ดังนั้นนักเคมี และผู้สร้างสาวนผสมระดับโลกของเราจึงเริ่มตั้งมาตรฐานของสารอาหารให้สูงขึ้นไปอีก

ตัวอย่างคือ Trévo เต็มเปี่ยมไปด้วยกรดอะมิโนที่ได้จากผักผลไม้อย่างสมบูรณ์ เพราะหากปราศจากกรดอะมิโน กระบวนการการเผาผลาญทีี่จำเป็นในการเพิ่มพลัง และทำให้ชีวิตของมนุษย์ดำรงอยู่ได้ก็จะไม่สามารถเกิดขึ้นได้ กรดอะมิโนเป็นตัวสร้างโปรตีนที่จะเปลี่ยนเป็นเนื้อเยื่อของกล้ามเนื้อ และเพิ่มอัตราการเผาผลาญไขมัน

ลองดูในตู้เก็บของของนักกีฬาตัวยงคนใดก็ได้ แล้วท่านจะพบผลิตภัณฑ์อาหารเสริมที่เพิ่มกรดอะมิโน ซึ่งออกแบบมาให้ช่วยพวกเขาในการสร้างความแข็งแกร่ง สร้างเนื้อเยื่อกล้ามเนื้อ หรือไม่ก็ช่วยเพิ่มศักยภาพทางการกีฬา อย่างไรก็ตาม กรดอะมิโนไม่ได้มีความสำคัญเแพาะกับผู้ที่ต้องการจะ “มีกล้ามเป็นมัด” เท่านั้น หากปราศจากกรดอะมิโนพัฒนาการของเซลล์ การหายใจ และการซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอก็จะพลอยย่ำแย่ไปด้วย

กรดไขมันที่จำเป็นก็มีความจำเป็นเช่นกัน กรดไขมันที่จำเป็น หรือบางครั้งถูกเรียกว่า EFAs นั้นเป็นไขมันจำเป็นที่ร่างกายมนุษย์ไม่สามารถสังเคราะห์เองได้ และต้องรับผ่านทางอาหารเท่านั้น EFAs สนับสนุนการทำงานของระบบหลอดเลือดหัวใจ ระบบสืบพันธุ์ ระบบภูมิคุ้มกัน และระบบประสาท ร่างกายมนุษย์เราต้องการ EFAs ในการสร้าง และซ่อมแซมเยื่อหุ้มเซลล์ ช่วยให้เซลล์สามารถรับสารอาหารที่มีคุณค่าได้อย่างเต็มที่ และขับของเสียที่เป็นอันตรายออกไป Trévoอุดมไปด้วยโอเมก้า-3 และโอเมก้า-6 ซึ่งเป็นกรดไขมันที่จำเป็นจากการผสมผสานของพฤกษเคมีสองชนิดที่อุดมไปด้วย EFAs ซึ่งได้แก่น้ำมันเมล็ดโบราจ และน้ำมันจากเมล็ดปอป่านนั่นเอง ไม่มีรส “คาว” ที่ไม่พึงประสงค์ แต่ให้ความรู้สึกสดชื่น เป็นกรดไขมันที่จำเป็นที่มาจากพืชอย่างสมบูรณ์

สารอาหารสีเขียวอย่างต้นอ่อนของข้าวสาลี หญ้าบาร์เล่ย์ อัลฟัลฟา สาหร่ายสไปรูลินา สาหร่ายคลอเรลลา และสาหร่ายเคลป์ คือคุณค่าสารอาหารอื่นๆ ที่รวมอยู่ในสูตรอันยอดเยี่ยมของ Trévo ตัวอย่างเช่น นักวิจัยต่างเห็นพ้องต้องกันว่าต้นอ่อนข้าวสาลีที่บอบบาง และเป็นต้นข้าวสาลีที่ยังไม่ออกรวงนั้นอุดมไปด้วยโปรตีน ที่มากกว่าเนื้อสัตว์ ไข่ ปลา และผลิตภัฑ์นมต่างๆ ในขระที่หญ้าบาร์เล่ย์ก็มีกรดอะมิโน เอนไซม์ แคลเซียม โพแทสเซียม แมกนีเซียม เหล็ก คอปเปอร์ ฟอสฟอรัส แมงกานีส สังกะสี เบต้าแคโรทีน วิตามีนบี ซี และอี รวมถึงเซเลเนียมในปริมาณสูง สาหร่ายคลอเรลลาอุดมด้วยวิตามินบี-คอมเพล็กซ์ และมีแพนโทเทนิกแอซิด (สารอาหารต่อต้านความเครียด) มากกว่าส่วนประกอบจากธรรมชาติชนิดไหนๆ ทั้งยังมีแมกนีเซียม และแร่ธาตุรองชนิดต่างๆ และเป็นสิ่งที่ชาวยชำระสารพิษตามธรรมชาติออกจากร่างกายได้สารพัด สาหร่างสไปรูลินานั้นคล้ายกับต้นอ่อนข้าวสาลี ซึ่งเป็นแหล่งอันอุดมสมบูรณ์ของโปรตีน ทั้งยังเป็นหนึ่งในพืชไม่กี่ประเภทที่เป็นแหล่งของวิตามินบี 12 ทั้งยังเป็นแหล่งของแกมมา-ไลโนเลนิก แอซิด (GLA) และสารต่อต้านอนุมูลอิสระอีกด้วย

It is also one of the few plant sources of vitamin B-12 and is a good source of gamma-linolenic acid (GLA) and free radical-fighting antioxidants. At the conclusion of Trévo’s global search for the secret of wellness, we had compiled 174 of the finest and most astonishing ingredients that nature has to offer, gathered from the far reaches of the globe. The result is a carefully balance nutritional product that is so unique, so revolutionary, that there is literally no other product like it on the market anywhere. With Trévo, you and your family can enjoy the benefits of truly complete nutrition.

ผลลัพธ์ที่ได้ก็คือผลิตภัณฑ์อาหารเสริมที่ได้รับการผสมผสานอย่างสมดุลย์ มีเอกลักษณ์ ปฏิวัติวงการ และไม่มีผลิตภัณฑ์ใดในท้องตลาดจะมาเหมือน เมื่อมี Trévo ท่าน และครอบครัวของท่านจะได้รับประโยชน์จากสารอาหารที่สมบูรณ์อย่างแท้จริง ข้อดีของสูตรผลิตภัณฑ์นี้คือมันจะช่วยทดแทนสิ่งที่ร่างกายไม่ได้รับผ่านทางอาหารที่ปราศจากสารอาหารที่มีคุณค่าในทุกวันนี้ และด้วยวิธีที่นักวิทยาศาสตร์ของเราออกแบบ Trévo มา ทำให้มันใช้ได้ผลกับเด็กอายุ 2 ขวบ เช่นเดียวกับที่ได้ผลกับผู้ใหญ่ในทุกวัย Trévo ดีที่สุดในโลกของสารอาหารจริงๆ! มันคือคำตอบสำหรับความต้องการสารอาหารที่สมบูรณ์จากธรรมชาติของครอบครัวท่าน

ท่านพร้อมที่จะมีความสุขกับพลังงานที่เพิ่มขึ้น สมาธิที่ดีขึ้น สุขภาพที่แข็งแรง และแม้แต่สนับสนุนการควบคุมน้ำหนักหรือยัง? ถ้าท่านพร้อมแล้ว Trévo นี่แหละคือคำตอบที่ท่านตามหา

Trévo – ความลับสำหรับครอบครัวท่านในการปลดปล่อยพลังของการมีสุขภาพที่ดี